นกมีหูหนูมีปีก



นกมีหูหนูมีปีก

นิทาน อีสป

ครั้งหนึ่งมีการต่อสู่ระหว่างสัตว์สีเท้ากับสัตว์ปีกเกิดขึ้น มันเป็นเสมือนสงครามการ แบ่งพวกพ้องครั้งใหญ่ สัตว์ทั้งสองชนิดได้เกิดการถกเถียงกันขึ้นมาว่า " ใครคือผู้ที่อยู่เหนือกว่ากัน " ข้างฝ่ายสัตว์สี่เท้านั้นก็ว่า " พวกมันนั้นต้องอยู่เหนือกว่า " ข้างฝ่ายสัตว์ปีก ก็คิดอย่างเดียวกันว่าพวกมันสิต้องเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือกว่านั่นเอง.. เมื่อทุกอย่างตกลงกันไม่ได้ ผลที่ตามมาก็เลย จำเป็นที่จะต้องเกิดสงครามระหว่าง สัตว์ทั้งสองชนิดขึ้นอย่างเดียว....ค้างคาวซึ่งเป็นสัตว์ที่มีนิสัย เจ้าเล่ห์แสนกลมันขอเป็นฝ่ายกลางโดยไม่เข้าข้างใคร..แต่จริงๆแล้วมันเพียงรอคอยจังหวะอยู่อย่างเจ้าเลห์เป็นที่สุด

นิทาน อีสป

อีสป

เมื่อการต่อสู่ดำเนินมาสักพักผลก็ปรากฏว่า สัตว์สี่เท้าหรือสัตว์ป่านั้นเป็นผู้ชนะ งานนี้ เจ้าค้างคาวได้เข้าไปหาหัวหน้าของ สัตว์สี่เท้าทันที และทำเป็นนอบน้อม แต่สัตว์สี่เท้าได้พูดว่า " เจ้ากล้าดียังไง อ้ายพวกนก มีปีกถึงได้เสนอหน้ามาให้ข้าเห็นอย่างนี้เล่า?? แกไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเกลียดพวกสัตว์ที่มีปีก เป็นที่สุด เจ้ามีปีกเป็นพวกนกนี่...สารภาพออกเสียดีๆ " มันตวาด ค้างคาวจึงตอบว่า " ขอโทษทีเถอะ..ดูข้าให้ดีๆหน่อยสิ ข้าเป็นหนูนะใช่นก นกมีหูอย่าง ข้าหรือไง...ขอให้พวกนกจงพินาจ...และพวกสัตว์สีเท้าอย่างหนูจงเจริญ ต่อแต่นี้ไปข้าขอร่วมพวก กับสัตว์สี่เท้า จงเจริญๆๆ" มันพูดเอาตัวรอดไปได้อย่างแสนฉลาดทีเดียว

นิทาน อีสป

แต่การต่อสู้กลับเกิดการพลิกล๊อกขึ้นมาอย่างกระทันหัน ด้วยพวกสัตว์ปีกเกิดฮึด สู้ขึ้นมานั่นเอง จึงสามารถเอาชัยชนะได้ ...เจ้าค้างคาวเห็นว่าสัตว์ป่าพ่ายแพ้ ก็หันมาเข้าข้างนกทันที มันได้ย่องเข้าไปหาหัวหน้าสัตว์ปีก "เจ้ามาหาข้าที่นี่ทำไมฝะ เจ้าเป็นหนูพวกสัตว์สีเท้าไม่ใช่หรือ? " ค้างคาวรีบโวยวายขึ้นมาทันที

นิทานเด็ก

มันพูดแก้ตัวว่า" โธ่ ๆๆนี่พวกท่านดูนี่ให้ดีๆสิ? ข้าไม่ใช่หนูสัตว์สี่เท้าหรอก ข้าน่ะมีปีกเป็นสัตว์ปีก เห็นไหม นี่ไง ปีกของข้า...ข้าจะมาช่วยพวกท่านต่อสู้กับพวกสัตว์สี่เท้าให้ไง...ขอให้พวกหนูสัตว์สี่เท้าจง พินาจ และขอให้พวกนกสัตว์ปีกอย่างพวกเราๆจงเจริญ "ดูสิเจ้าค้างคาวมันพูดแก้ตัวไปได้อย่างน้ำขุ่น ๆเลยทีเดียว

นิทานก่อนนอน

เนื่องด้วยการสู้รบดำเนินมาเป็นเวลานานทั้งพวกสัตว์สี่เท้าและสัตว์ปีกจึงเกิดความเหน็ดเหนื่อย ขึ้นมาด้วยกัน ทั้งสองฝ่าย...และด้วยไม่มีฝ่ายใดที่จะคิดเป็นฝ่ายยอมแพ้ พวกสัตว์ต่าง ๆต้องล้มตาย ลงไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงคิดและหันหน้ากลับมาปรองดองกันอย่างเก่าอีกครั้ง... แต่งานนี้ผู้ที่ต้องได้รับเคราะห์กรรมอย่างหนักก็คือเจ้าค้างคาวผู้คิดกบฏเป็นนกสองหัวตัวนั้น แต่เพียงตัวเดียว...

นิทานสำหรับเด็ก

เพราะทั้งสัตว์สี่เท้าและสัตว์ปีกต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ควรขับไล่เจ้าค้างคาวให้ออกไปจากพวกพ้องเสีย ไม่มีตัวใดเลยที่จะยอมรับให้เป็นพวกเดียวกันเลยสักตัว เจ้าค้างคาวจำต้องหนีภัยและหลบเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าลึกที่มืดมิดตามถ้ำที่ มืด ๆ ในเวลากลางวันจะหลบ นอนอยู่แต่ในถ้ำอย่างเดียว และเมื่อสัตว์ป่าและพวกนกต่าง ๆทุกตัวได้หลับนอนกันจนหมดแล้วนั่นแหละ...ถึงจะได้ออกไปหาอาหาร... มาจนถึงทุกวันนี้...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การเลือกเข้าข้างใดข้างหนึ่ง บางคราวอาจไม่ดีและไม่ซื่อสัตย์ หากเป็นความจำเป็น ที่จะต้องเลือกข้างในบางครั้งด้วยความจำเป็น ก็ควรต้องมีศิลปะหรือวิธีการอยู่ที่ว่าจะต้องรู้จักเลือก ข้างที่เหมาะในโอกาสที่สมควร...

นิทาน